รีวิวน้ำหอม Dior – J’adore Eau De Parfum

Dior – J’adore Eau De Parfum



เดิมที J’adore รุ่นต้นตำหรับแท้ๆเลยออกวางขายครั้งแรกเมื่อปี 1999 แต่ระยะหลังๆมานี้ดูเหมือนว่าสุคนธกรประจำ Dior House อย่าง Francois Demachy กำลังพยายามที่จะปฏิวัติน้ำหอม ของ Dior เสียใหม่ เพราะเขาได้ทำการ reformular สูตรน้ำหอม Dior ยกเคาน์เตอร์กันเลยทีเดียว ซึ่ง J’adore เองก็โดนเปลี่ยนสูตรไปกะเขาด้วย (แต่เบิร์ดเองก็ไม่แน่ใจว่าสูตรที่วางขายอยู่ตอนนี้รีฟอร์มล่าสุดเมื่อไหร่ ใช่ปี 2012 รึเปล่า รู้เพียงแค่ว่าเป็นคนละสูตรกับที่ลงข้อมูลใน Fragrantica แน่นอน) สูตรดั้งเดิมเป็นยังไงอันนี้ก็ไม่ทราบเพราะไม่เคยมีโอกาสได้ลอง แต่สำหรับรีวิวนี้พูดถึงสูตรล่าสุดที่วางขายในปัจจุบันนี้นะจ๊ะห์
.
ถ้ามีใครซักคนพูดถึงน้ำหอมกลิ่นนี้ขึ้นมา เบิร์ดว่าสิ่งแรกที่คิดว่าทุกๆจะต้องนึกถึงคือแพกเกจจิ้งขวดสีทองที่โดดเด่นสะดุดตาอย่างแน่นอน ซึ่งนอกจาก J’adore จะมีรูปลักษณ์ของขวดที่สวยหรูดูมีระดับแล้ว กลิ่นของตัวน้ำหอมเองก็สวยหรูไม่แพ้กัน เป็นกลิ่น Floral หวานๆนวลๆจากดอกไม้ 3 ชนิดที่เมื่อรวมกันแล้วสร้างออร่าความเจิดจรัสและเปล่งประกายแก่ผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมอบความรู้สึกเฟมินีนสูง อีกด้วย โดยหลักๆจะมีส่วนผสมอยู่ 3 อย่าง คือ Ylang-Ylang Essence (ดอกกระดังงา), Damascena Rose Essence (ดอกกุหลาบ), และ Sambac Jasmine Absolute (ดอกมะลิอาหรับเข้มข้น)
.
ช่วงต้น ทันทีที่เปิดมาก็สัมผัสได้กับกลิ่นอายความหรูหรา ดั่งเช่นแสงอาทิตย์สีทองทอแสงลงบนพื้นน้ำทะเลยามเย็น นำโดย Ylang-Ylang Essence เอสเซนส์ดอกกระดังงามาแบบเข้มข้นและนวลเนียน ละมุนจมูก ใครชอบกลิ่นดอกไม้หรูๆฟุ้งๆต้องชอบอย่างแน่นอน เพราะตัวนี้เปิดได้ Floral จ๋าเลยทีเดียว ซึ่งนอกจากกระดังงาจะโดดเด่นมากๆแล้วยังได้กลิ่นมะลิที่ค่อนข้างชัดตีขนานขึ้นมาอีกด้วย
.
ผ่านไปซักพักหนึ่ง เมื่อดำเนินเข้าสู่ช่วงกลางจะเป็นช่วงเวลาของดอกกุหลาบ กุหลาบที่ใช้เป็นส่วนผสมของ J’adore สูตรนี้คือกุหลาบ Damascena Rose แต่ส่วนตัวเบิร์ดเองจับกลิ่นกุหลาบได้ไม่ชัดเท่าไหร่ ดันจับกลิ่นกระดังงากับมะลิได้กว่า ออก Oriental นิดๆแต่ไม่ใช่ว่ากลิ่นหนักแน่นจนใช้ยาก เนื่องจากมีความ Sparkling ใสๆซ่อนไปกับความนุ่มละมุนของดอกไม้อยู่ด้วย
.
ในช่วงเบสโน้ตจะเด่นที่ Sambac Jasmine หรือมะลิอาหรับเข้มข้นที่สวยงามและเป็นตัวแทนความเฟมินีนของ หญิงสาว ติดโทนอบอุ่นสไตล์ Woody จางๆจาก Sandalwood ให้ความรู้สึกอบอุ่น นุ่มนวล และเซ็กซี่แบบมีพลัง ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับการใส่ในที่อากาศเย็นซักนิด ไม่แนะนำให้ใส่ออกแดดเพราะในเนื้อกลิ่นยังคงแฝงกลิ่นอาย Oriental อยู่เนืองๆ คนรอบข้างบางคนที่ไม่ชอบน้ำหอมกลิ่นแรงอาจจะเวียนหัวเอาได้
.
ความทนทาน ติดทนตามมาตรฐานน้ำหอมเบส Eau de Parfum ที่มีเนื้อกลิ่นแน่นๆ กระจายตัวได้ในระดับกลางๆ เหมาะสำหรับหญิงสาวในวัย 20 ปีขึ้นไป สาวๆคนไหนชอบกลิ่นดอกไม้หรูหราที่หวานอบอุ่นนุ่มนวลและเฟมินีน J’adore น่าจะตรงกับความต้องการนะ ใช้ได้หลากหลายสถานการณ์ตั้งแต่วันสบายๆยันออกงานกลางคืน ใส่ชุดสวยๆยิ่งเข้ากัน
.
.
.
http://www.fragrantica.com/perfume/Christian-Dior/J-adore-210.html

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr
Share on whatsapp
Share on email
Share on reddit
Share on print

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Previous
Next
B&C DUPE REVIEW น้ำหอมตัวไหนใช้แทนกันได้บ้าง?? – Issey Miyaké L’Eau d’Issey EDT

กลับมาพบกันอีกครั้งกับ DUPE REVIEW น้ำหอมที่กลิ่นคล้ายกันจนสามารถใช้แทนกันได้ ด้วยการคัดเลือกและหาข้อมูล จนวันนี้ก็มาถึงคิวของน้ำหอมยอดนิยมอีกกลิ่นของสาวไทย นั่นคือ Issey Miyaké L’Eau

Read More »
B&C DUPE REVIEW น้ำหอมตัวไหนใช้แทนกันได้บ้าง?? – CHANEL COCO MADEMOISELLE

กลับมาพบกันอีกครั้ง สำหรับการแนะนำน้ำหอมที่สามารถใช้แทนกันได้ รีวิวในครั้งนี้ก็มาถึงคิวของน้ำหอมที่ติดอันดับยอดนิยมเป็นอันดับต้นๆ ที่ครองใจคุณสาวๆค่อนโลก  นั่นก็คือ  CHANEL COCO MADEMOISELLEEDP 100 ml.

Read More »
รีวิวน้ำหอม SIAM 1928 – น้ำปรุงสยาม กลิ่นจรุงจิต หอมจรุงใจ

สวัสดีครับ วันนี้ได้ฤกษ์งามยามดีหลังจากที่ห่างหายไปนานกับรีวิว B&C COSMATE ได้พบกับน้ำหอมแบรนด์ไทยจ๋า นามว่า SIAM 1928 หรือ เรียกแบบไทยๆว่า

Read More »

SUBSCRIBE NOW

Subscribe for news update and be the first one to get news items update