Bvlgari

Bvlgari Le Gemme Collection

Bvlgari Le Gemme Collection เป็นน้ำหอมใหม่ซึ่งประกอบไปด้วยน้ำหอมที่น่าสะสม 6 แบบคือAshlemah, Noorah, Amarena, Lilaia, Maravilla, Calaluna ทั้งหมดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องประดับเพชรพลอยและน้ำหอมแต่ละแบบก็มีการออกแบบดีไซน์ขวดน้ำหอมที่หรูหราเหมือนคนโธน้ำกรีกและโรมันโบราณ หลากสีสันแตกต่างกันไปแต่ละแบบ วีดีโอแนะนำของ LE Gemme Collection “นี่คือโปรเจคท์พิเศษที่จะเป็นตัวแทนของแบรนด์ในระยะยาว”  Valeria Manini กรรมการผู้จัดการ Bulgari Parfums, ช่างจิลเวอลี่ชาวอิตาเลี่ยน, ผู้เป็นส่วนหนึ่งของ LVMH Moët Hennessy Louis Vuitton เธอเริ่มต้นทำงาน Le Gemme collection เมื่อ 3 ปีก่อน แนวคิดไอเดียจะเน้นที่อัญมณีโบราณ ที่ซึ่งหลายๆคนในวันนี้รวมทั้งผู้ที่รักในอัญมณีลืมมันไปแล้ว “มันก็เหมือนเส้นทางของชา, เส้นทางของผ้าไหมผ้าฝ้าย เราพัฒนาและสานต่อจากเส้นทางของอัญมณี สร้างสรรผลงานน้ำหอมให้เป็นตัวแทนของความคิดและอารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับอัญมณแต่ละแบบ”Valeria Manini ได้กล่าวไว้และกล่าวเพิ่มเติมว่า เราได้ทำการปรึกษากับผู้ชำนาญด้านเพชรพลอยและน้ำหอมในโครงการนี้อีกด้วย         รายละเอียดของน้ำหอมแต่ละตัวในคอลเลคชั่นมีดังนี้  Ashlemah ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอัญมณีที่ชื่อว่า amethyst มันประกอบด้วยโน๊ตลาเวนเดอร์, ไวโอเล็ทและเฮลิโอโทรป    …

Bvlgari Le Gemme Collection Read More »

รีวิวน้ำหอม BVLGARI Eau Parfumee au the vert

BVLGARI Eau Parfumee au the vert Perfumer : Jean-Claude Ellena Released Year : 1992 . นี่คือน้ำหอมกลิ่นแรกของแบรนด์ BVLGARI ซึ่งถูกรังสรรค์ออกมาในปี 1992 โดย Jean-Claude Ellena ก่อนจะมีรุ่น Extreme ตามออกมาในภายหลัง เกริ่นก่อนซักนิดว่าน้ำหอมจากบ้าน BVLGARI นี้ขึ้นชื่อเรื่องชาแทบจะทุกตัว เพราะแบรนด์นี้มีใบชาเป็นโน้ต Signature และเป็นแบรนด์แรกๆที่เริ่มบุกเบิกกลิ่นชาอีกด้วย สำหรับเจ้าขวดนี้คือชาเขียวนะ เป็นชาเขียวที่เบลนด์เข้ากับ Citrus รสเปรี้ยว ต้องบอกว่าสดชื่นมาก เฟรชสุดๆ หอมสะอาด เรียบง่ายแต่มีระดับจริงๆ . Au the vert จัดอยู่ในกลุ่ม Citrus – Aromatic ให้กลิ่นหอมสดชื่นของใบชาเขียวหรูๆ ผสมผสานกับพืชตระกูลซิตรัสโดยมีมะกรูดกับมะนาวเป็นตัวผสม กลิ่นนั้นสดชื่นสุดพลัง ราวกับตื่นนอนยามเช้าตรู่ เดินเข้าไปในไร่ชาบนภูเขา พบกับอากาศเย็นๆ กลิ่นใชชาหอมๆลอยเอื่อยๆมาตามลม ฯลฯ …

รีวิวน้ำหอม BVLGARI Eau Parfumee au the vert Read More »

รีวิวน้ำหอม BVLGARI Eau Parfumee au the vert Extreme

BVLGARI Eau Parfumee au the vert Extreme Perfumer : Jean-Claude Ellena Released Year : 1996 . ตัว Extreme ต่อยอดมาจาก au the vert ปี 1992 โดยรวมกลิ่นยังเหมือนรุ่นแรก แต่สิ่งที่ปรับปรุงใหม่คือ กลิ่นชาเขียวที่เข้มข้นขึ้น และเบสน้ำหอมที่พัฒนาขึ้นมาอยู่ในระดับ Eau de Toilette (รุ่นเดิมเป็น Eau de Cologne) นอกนั้นยังคงเอกลักษณ์เหมือนเดิม ยืนพื้นด้วยกลิ่นชาเขียวหรูๆและซิตรัสคมๆ หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพความแตกต่างระหว่างรุ่นต้นตำหรับกับรุ่น Extreme คงต้องบอกว่ารุ่นต้นตำหรับให้กลิ่นใสบางๆเหมือนยอดใบชาสีเขียวอ่อน ในขณะที่รุ่น Extreme ออกเข้มข้นชัดเจนเหมือนใบชาดิบๆใบใหญ่สีเขียวแก่ ตัว Extreme นี่จะดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น และเอนเข้าหาทางฝั่งผู้ชายมากขึ้นอีกด้วย . กลิ่นเปิดสดชื่นจัดๆ ได้กลิ่นชาเขียวที่เข้มข้น กับมะกรูดที่เปรี้ยวคม ปนขมหน่อยๆ ให้ความรู้สึกสดชื่นแบบเย็นยะเยือก เหมือนอากาศบนยอดเขาที่หนาวเหน็บยามเช้ามืด ชากับมะกรูดจะอยู่กับเราตั้งแต่ …

รีวิวน้ำหอม BVLGARI Eau Parfumee au the vert Extreme Read More »

รีวิวน้ำหอม BVLGARI Eau Parfumee au the rouge

BVLGARI Eau Parfumee au the rouge Perfumer: Olivier Polge Released Year : 2006 . au the rouge คือกลิ่นชาแดง ออกมาหลังสุดในปี 2006 เป็นน้ำหอม Unisex เหมือนกับรุ่นอื่นๆในไลน์ทว่ากลิ่นนี้จะเอนเข้าทางน้ำหอมผู้หญิงมากกว่าผู้ชายนิดหน่อย เพราะกลิ่นออกหวาน Woody และยังเป็นรุ่นที่ออกกลิ่นชาชัดสุดในไลน์อีกด้วย ใครชอบดื่มชาแดง ชาผลไม้ร้อนๆ ใส่น้ำตาลเยอะๆ ลองอ่านรีวิวนี้ดูได้ . เช่นเดียวกับน้ำหอมกลิ่นอื่นๆ น้ำหอมขวดนี้นำทัพด้วยกลิ่นใบชา ชาที่ใช้ปรุงเป็นส่วนผสมในน้ำหอมขวดนี้คือชาแดงรอยบอส (Rooibos Tea) ซึ่งเป็นชาสกัดจากใบและกิ่งของต้น Aspalathus Linearis (มันคืออะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน 55555555) เมื่อนำมาชงแล้วจะได้ชาร้อนที่มีกลิ่นหวานละมุนนุ่มนวลจากผลไม้ บ้างก็ว่ากันว่าคล้ายกลิ่นถั่ว ซึ่งน้ำหอมชาแดงขวดนี้จำลองกลิ่นและรสชาติของชาแดงรอยบอสมานะจ๊ะ คือนอกจากเด่นที่ชาแล้วยังมีถั่วและผลไม้ประกอบอยู่ด้วยนั่นเอง . ชาแดง au the rouge เป็นน้ำหอมแนว Woody – Green ให้กลิ่นใบชาเด่น …

รีวิวน้ำหอม BVLGARI Eau Parfumee au the rouge Read More »

รีวิวน้ำหอม BVLGARI Eau Parfumee au the blanc

BVLGARI Eau Parfumee au the blanc Perfumer : Jacques Cavallier-Belletrud Released Year : 2003 . au the blanc ตัวนี้เป็นกลิ่นชาขาว ให้กลิ่นสะอาดนุ่มๆของใบชาเจือกับกลิ่นหวานปนจืดหน่อยๆของเครื่องเทศ ซึ่งดมดูโดยรวมเป็นน้ำหอมที่กลิ่นสะอาดสะอ้านดีทีเดียว แอบคล้ายกับ Omnia Crystalline ในเวอร์ชั่นที่นุ่มกว่า เงียบกว่า และหวานกว่าเล็กน้อย . นอกจากจะมีโน้ตชาขาวเป็นตัวเด่นแล้ว au the blanc ยังได้พริกไทยกับมักส์มาช่วยเสริมโทน Spicy อ่อนๆควบคู่ไปด้วย แต่ไม่ใช่ออกกลิ่นเผ็ดร้อนเครื่องเทศนะ ออกทางหวานนุ่มสะอาดๆและใสบริสุทธิ์ เรียบง่าย ไม่หวือหวาโดดเด่นแต่แฝงความหรูหราในเนื้อกลิ่นไว้อย่างแนบเนียน . กลิ่นเปิดนำโดยชาขาว มาแบบสะอาด นุ่มนวลฟุ้งๆราวกับปุยเมฆสีขาวที่ตัดกับท้องฟ้าสีคราม ติดกลิ่นหวาน spicy อ่อนๆจากพริกไทย กลิ่นชวนให้นึกถึงสีขาวขุ่น ยกตัวอย่างเช่น ขนนกสีขาวที่ลอยไปตามแรงลม ให้อารมณ์ความรู้สึกที่อ่อนบาง พลิ้วไหว ล่องลอยไปไม่มีที่สิ้นสุด . ช่วงกลางและเบสกลิ่นค่อนข้างเงียบ โดยมีมักส์จืดๆเข้ามาแทรกในพริกไทยกับชา …

รีวิวน้ำหอม BVLGARI Eau Parfumee au the blanc Read More »

รีวิวน้ำหอม BVLGARI – Rose Essentielle

BVLGARI – Rose Essentielle Released Year : 2006 . Rose Essentielle เป็น flanker ห่างๆที่ต่อยอดมาจาก BVLGARI pour Femme ตัวคลาสสิค ซึ่งให้กลิ่น powdery หวานฟุ้งอบอวล นุ่มนวลและสุภาพ ให้ภาพที่ดูหรูหราของผู้หญิงมีสกุลสไตล์ผู้ดีอังกฤษ ทว่ากลิ่นของนางนั้นดูจะผู้ใหญ่ไปหน่อย Rose Essentielle จึงถูกส่งออกมาโดยปรับโทนกลิ่นให้มีความอ่อนเยาว์ลง แต่ไม่ทิ้งกลิ่นอายเชิงผู้ดีที่ BVLGARI pour Femme สร้างชื่อไว้เลยแม้แต่น้อย โดยกลิ่นของ Rose จะยังคงยืนพื้นด้วยกลิ่นโทน powdery ทว่าเน้นมาทางแป้งผสมกุหลาบมากขึ้น . Rose Essentielle เป็นน้ำหอมแนว Floral – Powdery ให้กลิ่นกุหลาบในโทนแป้งๆเป็นหลัก คล้ายกุหลาบสีชมพูอ่อนดอกใหญ่ กลีบบางและเนียนนุ่มเหมือนผ้าซาติน ที่กลีบส่งกลิ่นหอมละมุนอ่อนๆ แต่นุ่มลึก อ่อนโยน, พี่พิม(ชิฟฟ่อนคาปูชิโน่) ให้ภาพที่สื่อแทนกลิ่นนี้ว่า กลิ่นสวยราวกับเจ้าหญิง Grace Kelly …

รีวิวน้ำหอม BVLGARI – Rose Essentielle Read More »

รีวิวน้ำหอม BVLGARI – BVLGARI POUR HOMME

BVLGARI – BVLGARI POUR HOMME Perfumer : Jacques Cavallier-Belletrud Released Year : 1996 . BVLGARI POUR HOMME ออกปี 1996 ถือเป็นน้ำหอมสำหรับผู้ชายกลิ่นแรกที่ BVLGARI รังสรรค์ออกมา โดยมีจุดประสงค์เพื่อวางขายเคียงคู่กับ BVLGARI pour Femme ที่ออกมาก่อนเพียง 1 ปีเท่านั้น กลิ่นของน้ำหอมรุ่นนี้สดชื่น สบายๆ หากแต่แกมความรู้สึกคลาสสิคเชิงทางการเอาไว้ข้างใน ให้ภาพลักษณ์หรูหราสไตล์ผู้ดี มีภูมิฐานน่าเคารพยกย่อง มาดนักธุรกิจใหญ่วัยกลางคน . BVLGARI POUR HOMME เด่นที่กลิ่นโปร่งสบายของใบชาอันเป็นโน้ต Signature ประจำค่าย หากทว่าไม่ใช่กลิ่นชาเพียวๆโดดๆเหมือนอย่างโคโลญจน์ตระกูล Eau Parfumee, ตัวนี้จะเป็นกลิ่นใบชาที่ถูกผสานเข้ากับโน้ตหลายๆอย่างเข้าด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น มะกรูด หญ้าแฝก มัสก์ เครื่องเทศต่างๆ และสาร Aldehyde . ช่วงต้น …

รีวิวน้ำหอม BVLGARI – BVLGARI POUR HOMME Read More »

รีวิวน้ำหอม BVLGARI – BVLGARI POUR HOMME SOIR

BVLGARI – BVLGARI POUR HOMME SOIR Released Year : 2006 . Flanker รุ่น SOIR ถูกปรับโน้ตใหม่ให้เนื้อกลิ่นเหมาะสำหรับใส่ในยามเย็นหรือพลบค่ำตามชื่อที่เขาตั้ง (Soir = Evening) อาจจะกล่าวให้เข้าใจง่ายๆก็คือ รุ่นนี้เปรียบเสมือนเป็นเวอร์ชั่น Dark ของ BVLGARI POUR HOMME เนื้อกลิ่นหนักแน่นขึ้นประมาณหนึ่ง แต่ไม่หนักถึงขนาดจะเรียกว่าเป็นน้ำหอมกลางคืนได้อย่างเต็มตัว . รุ่นนี้ประกอบด้วยโน้ตเพียงไม่กี่อย่าง ได้แก่ ใบชา, มะกรูด, อำพัน และต้นกก (Papyrus) โดยกลิ่นเด่นนั้นยังคงเป็นใบชาเช่นเคย สำหรับชาชนิดที่ใช้เป็นส่วนผสม ในรุ่นนี้คือชา Dajeeling Tea ให้ความรู้สึกหรูหรา มีคลาส ตามแบบฉบับ BVLGARI เขาเลย ให้กลิ่นสดชื่นปนอบอุ่น เซ็กซี่ เย้ายวน น่าเข้าใกล้ และกลิ่นติดหรูมีระดับ . กลิ่นเปิด สะอาดปนหรูคล้ายตัวเดิม นำด้วยชากับมะกรูด มอบความสดชื่นแต่ไม่ออกใสเนื่องจากถูกปกคลุมด้วยโทนนุ่มๆและหนักแน่น …

รีวิวน้ำหอม BVLGARI – BVLGARI POUR HOMME SOIR Read More »

รีวิวน้ำหอม BVLGARI – OMNIA CRYSTALLINE

BVLGARI – OMNIA CRYSTALLINE Perfumer : Alberto Morillas Released Year : 2005 . Flanker น้ำหอมไลน์ Omnia ทุกรุ่นจะมีคอนเซปคือการนำอัญมณีต่างๆมาเป็นแรงบันดาลใจในการปรุงน้ำหอม สำหรับ flanker รุ่นแรกอย่าง Omnia Crystalline ได้แรงบันดาลใจมาจากคริสตัล อัญมณีสีขาวใสสุกสว่างล้ำค่า สัมพันธ์ไปกับกลิ่นของน้ำหอมที่สดชื่น ขาวสะอาด ใสราวกับคริสตัลไม่มีผิด . Omnia Crystalline เป็นน้ำหอมที่เรียบง่ายแต่ออร่าจับพอตัว เพราะนอกจากกลิ่นจะใสสว่างแล้ว ยังเปี่ยมไปด้วยความเจิดจรัส แวววาวเป็นประกาย ประหนึ่งรองเท้าแก้วของซินเดอเรล ล่า (รองเท้าคริสตัลก็ได้ 5555) แนวกลิ่นแบบ Floral สะอาดๆ ซึ่งมีดอกบัวเป็นตัวเอก ออกทางสดชื่น เย็นสบาย ราวกับน้ำฝนเย็นๆที่ชโลมลงบนผิวที่ขาวเนียนของหญิงสาวอย่าง นุ่มนวลและบอบบาง ในบางมุมเรารู้สึกถึงชาขาว au the blanc ในเวอร์ชั่นที่สว่างกว่า ใสกว่า มีออร่าและความบริสุทธิ์ เหมือนน้ำแร่จากธรรมชาติ . …

รีวิวน้ำหอม BVLGARI – OMNIA CRYSTALLINE Read More »

รีวิวน้ำหอม BVLGARI – Omnia AMETHYSTE

BVLGARI – Omnia AMETHYSTE Perfumer : Alberto Morillas Released Year : 2006 . Flanker น้ำหอมไลน์ Omnia ทุกรุ่นจะมีคอนเซปคือการนำอัญมณีต่างๆมาเป็นแรงบันดาลใจในการปรุงน้ำหอม สำหรับ flanker รุ่นที่สองอย่าง Omnia Amethyste ได้แรงบันดาลใจมาจากอเมธีสต์ อัญมณีสีม่วงล้ำค่า สัมพันธ์ไปกับกลิ่นของน้ำหอมที่ผสมผสานไปด้วยโน้ตจากดอกไม้สีม่วง อันให้กลิ่นโทนแป้ง Powdery . Omnia Amethyste เป็นน้ำหอมแนว Floral – Powdery หรูหราด้วยกลิ่นโทนแป้งสะอาดที่หวานและนุ่มนวลซึ่งได้จากโน้ตดอกไม้โทนสีม่วงที่ให้กลิ่นแป้งเฉกเช่นไอริสและเฮลิโอโทรปเป็นหลัก บางมุมให้กลิ่นคล้ายกลิ่นแป้งเด็กที่อ่อนโยน บางมุมคล้ายกลิ่นสบู่หรูหราราคาแพง ซึ่งดูสะอาดสะอ้านและสดชื่นดีทีเดียว . กลิ่นนี้ดูเรียบร้อย บอบบาง น่าทนุถนอม อารมณ์จะคล้ายๆกับ BVLGARI pour Femme แต่อ่อนเยาว์กว่ามาก เหมาะกับหญิงสาวบุคลิกอ่อนโยน หวาน เรียบร้อย แต่แอบซ่อนเร้นความเซ็กซี่เอาไว้ข้างในลึกๆ โดยคุณจะสัมผัสความเซ็กซี่เหล่านี้ได้จากกลิ่นที่ดูสะอาดแบบหม่นๆ ลึกลับนิดๆ ชวนค้นหา น้ำหอมกลิ่นนี้สอนให้รู้ว่า …

รีวิวน้ำหอม BVLGARI – Omnia AMETHYSTE Read More »

SUBSCRIBE NOW

Subscribe for news update and be the first one to get news items update